สาเหตุของความล้มเหลวในการเรียนรู้

สาเหตุของความล้มเหลวในการเรียนรู้ (Failure Learning) หลายคนที่กำลังเริ่มเข้าสู่ในช่วงวัยทำงาน ที่ต้องถือว่าเป็นช่วงวัยที่เราต้องมีความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองหรือครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ได้มีทุนเดิมจากที่บ้านมีธุรกิจอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งที่บ้านมีธุรกิจแต่ถึงมีก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่ในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อยากจะใช้ชีวิตตามแบบที่เราอยากจะลองดูก่อนนั้น คงไม่อยากให้ตัวเองพบกับความล้มเหลว ซึ่งหนึ่งในความน่ากลัวที่สุดของความล้มเหลวก็คือ ความล้มเหลวในการเรียนรู้ …วันนี้ Coach Coach Coach จะมาแชร์อีกมุมมองเพื่อให้หลายๆคน หลีกหนีจากความล้มเหลวในการเรียนรู้

สาเหตุของความล้มเหลวในการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุหลักของคนเรา คือ “ตัวเราเอง” โดยส่วนใหญ่คนเรามักจะคิดไปเองว่าได้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ และคิดว่าเราเข้าใจในองค์ความรู้นั้นๆ แล้ว แต่ลึกๆแล้ว มันอาจะเป็นเพียงการทราบถึงแค่เปลือกนอกของเรื่องนั้นเท่านั้นเอง แต่หลายคนจะเสียหายมากๆ ถ้ามันเกิดขึ้นโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว แล้วมันยังคงซ่อนตัวอยู่ภายในตัวเราจนเกิดผลกระทบที่เสียหายต่อตัวเองมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ การสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง” ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสูญเสียอีกหลายๆเรื่องตามมา

สาเหตุของความล้มเหลวในการเรียนรู้

6 ขั้นตอน แนวคิดการใช้ชีวิตแบบ SAI^2 (แนวคิดใสใส) สำหรับใช้วัดผลการเรียนรู้ของตัวเรา เพื่อหลีกหนีความล้มเหลวในการเรียนรู้

1.Summary คือ เราสามารถสรุปเป็นประเด็นหรือมุมมองหลักๆ ตามแนวคิดของตัวเรา หลังจากที่เราได้เรียนหรือศึกษาเรื่องนั้นๆ ได้

2.Adaptation คือ เราสามารถนำประเด็นหรือมุมมองที่สรุปได้นั้น ไปวางแผนปรับใช้กับเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเราต่อไปได้

3.Implementation คือ เราสามารถนำสิ่งที่เราสรุปและประยุกต์แล้วนั้น มาลงมือปฏิบัติจริงได้ ซึ่งอาจจะออกมาดีหรือไม่ดี แต่จะทำให้เราได้เรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ๆ และเห็นถึงวิธีการปรับหรือต่อยอดต่อไปได้

4.Suggestion คือ เราสามารถเล่าหรืออธิบายถึงขั้นตอนและผลลัพธ์ในสิ่งที่เราได้ลงมือปฏิบัติมาจริง แนะนำให้กับคนรอบข้างที่เกี่ยวข้องเข้าใจและเกิดความอยากที่จะไปทำตามได้

5.Adaptation Too คือ การที่คนรอบรอบข้างที่เราแนะนำ นำไปวางแผนปรับประยุกต์ใช้กับเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อไป

6.Implementation Too คือ การที่คนรอบข้างที่เราแนะนำ นำแผนที่ประยุกต์นั้น ไปลงมือปฏิบัติจริง และเกิดการเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ กลับมาแชร์แลกเปลี่ยนให้กับเราได้

Coach Coach Coach อยากให้ทุกคนนำเอาแนวคิดการใช้ชีวิตแบบ SAI*2 (แนวคิดใสใส) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ประยุกต์มาจากแนวคิดการเรียนรู้แบบ Show and Share ไปใช้ในการวัดผลการเรียนรู้ของตัวเราเบื้องต้น เพื่ออย่างน้อยจะทำให้ทุกคนทราบว่า สิ่งที่เราได้เรียนมานั้นเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเราหรือไม่ ตลอดจนเป็นแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองเพิ่มขึ้นกับการฝึกแนะนำให้กับคนรอบข้างเพื่อหลีกหนีความล้มเหลวในการเรียนรู้กันต่อไป และท่านสามารถนำแนวคิดใสใสไปปรับใช้กับวิธีการสร้างทีมงานให้มี Teamwork ในรูปแบบ Teamwork Heart เพื่อเรียนรู้ถึงพื้นฐานการเรียนรู้และพฤติกรรมของทีมงานแต่ละกลุ่ม (เพิ่มเติมได้ที่ “วิธีการสร้างทีมงานแบบ Teamwork Heart” กันได้นะครับ)